ชี้อาฟเตอร์ช็อค700 ครั้งที่เชียงรายผิดปกติ จับตาใกล้ชิด รับภาคเหนือโอกาสเกิดมากกว่าเดิม
ชี้อาฟเตอร์ช็อค700 ครั้ง


นักวิชาการ ระบุ การเกิดอาฟเตอร์ช็อคร่วม 700 ครั้ง หลังจากแผ่นดินไหวขนาด 6.3 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่จังหวัดเชียงราย เป็นเรื่องผิดปกติ เร่งติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

รองศาสตราจารย์ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยธรณีวิทยาแผ่นดินไหว คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงเหตุแผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเกิดอาฟเตอร์ช็อครวมมากกว่า 700 ครั้ง ว่า เป็นเรื่องที่ผิดปกติแน่นอน เพราะการเกิดอาฟเตอร์ช็อคต้องมีขนาดลดลงจากการเกิดแผ่นดินไหว แต่ในครั้งนี้กลับมีขนาดลดลงสลับเพิ่มขึ้น โดยการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เกิดจากรอยเลื่อนพะเยา ซึ่งประกอบด้วยรอยเลื่อนขนาดเล็กหลายจุด และบ่งชี้ว่า ภาคเหนือของไทยอาจมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวมากกว่าเดิม ขณะที่การลงพื้นที่หาข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหลายองค์กร พบข้อมูลเบื้องต้นว่า การเกิดอาฟเตอร์ช็อคที่มากกว่าปกติ เกิดจากรอยเลื่อนที่มีพลังแห่งหนึ่งปลดปล่อยพลังงานออกมาจนกระทบกับรอยเลื่อนอีกแห่งหนึ่ง หรือโดมิโน่เอฟเฟ็คท์ ซึ่งหลายฝ่ายกำลังติดตามข้อมูลเพื่อหาข้อสรุปและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่า ไม่สามารถคาดเดาทิศทางการเกิดแผ่นดินไหวครั้งต่อไปได้

รองศาสตราจารย์ปัญญา จารุศิริ กล่าวถึงรอยเลื่อนในอ่าวไทยด้วยว่า ในภาพรวมส่วนใหญ่เป็นรอยเลื่อนที่หมดพลังไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดแผ่นดินไหวในทะเลแต่ไม่ทำให้เกิดสึนามิ เนื่องจากมีขนาดเล็กและเป็นแผ่นดินไหวในแนวราบ แต่ได้ข้อมูลบ่งชี้ว่า รอยเลื่อนระนองได้แผ่อิทธิพลไปยังอ่าวไทยแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่ารอยเลื่อนระนอง ไม่เคยเกิดแผ่นดินไหวบนแผ่นดินมานานกว่า 2,000 ปี ซึ่งจะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

ขณะที่สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานข้อมูลผ่านเว็บไซต์ว่า ตั้งแต่ในวันนี้ (13 พ.ค.57) พบการเกิดอาฟเตอร์ช็อคในพื้นที่อำเภอพาน และอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงรายรวม 13 ครั้ง มีขนาดตั้งแต่ 1.9 - 3.8 โดยล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.20 น.ขนาด 2.4 ที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

ข้อมูล 
http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=WNDAT5705130020001
โดย tui sakrapee
วันที่ 13 พฤษภาคม 2557
พิมพ์หน้านี้