อังกะลุง

ลบ แก้ไข

        คู่มือการฝึกปฏิบัติอังกะลุงนี้ ได้รวบรวมประวัติความเป็นมาของอังกะลุง ตลอดทั้งการเริ่มฝึกปฏิบัติอังกะลุงอย่างถูกต้องตามหลักการทางดนตรีและจาก ประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าได้สอนดนตรีมากว่า 26 ปี ดังนั้นเอกสารคู่มือการฝึกปฏิบัติอังกะลุงนี้ จึงเหมาะกับทุกท่านที่สนใจจะเริ่มฝึกปฏิบัติอังกะลุง หรือเหมาะสำหรับเป็นคู่มือของครูดนตรีที่จะนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การบรรเลงอังกะลุง อีกด้วย
 

ส่วนประกอบของอังกะลุง

อังกะลุงมีส่วนประกอบสำคัญ 4 ส่วนคือ

1. ตัวอังกะลุง

ทำมาจากไม้ไผ่ลาย เนื่องจากเป็นไม้ที่มีเนื้อแข็งแกร่ง เมื่อแก่เต็มที่ทำให้มีเสียงที่ไพเราะ มีลายที่สวยงาม อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

2. รางไม้

เดิมจะใช้ไม้สักทองขุดเป็นราง เพื่อใช้วางขาที่ฐานกระบอกลงในร่องที่ขุดร่องที่เจาะจะมี 3 ร่อง และรูกลมอีก 5 รู สำหรับตั้งเสายึดตัวกระบอกอังกะลุง

ที่มาของภาพ : ถ่ายภาพโดย นายเอกนรินทร์ เจษฎาสิริ

3. เสาอังกะลุง

มักทำด้วยไม้ไผ่เหลา เกลา หรือกลึงจนกลมเรียบ มีความยาวตามความสูงของกระบอกอังกะลุง ขนาดโตกว่ารูที่รางเล็กน้อย

4. ไม้ขวาง

ทำมาจากไม้ไผ่เหลาแบน ส่วนกลางปาดเนื้อไม้เป็นร่องลึกพอประมาณใช้สำหรับ สอดผ่านช่องกระบอกอังกะลุง เพื่อยึดตัวกระบอกกับเสา

ส่วนประกอบทั้ง 4 จะถูกประกอบเข้าด้วยกัน โดยใช้เชือก กาว ยึดติดกันให้แข็งแรง

เครื่องดนตรีในวงอังกะลุง

วงอังกะลุงประกอบด้วยเครื่องดนตรี คือ กลองแขก ฉิ่ง ฉาบเล็ก กรับ ฆ้องโหม่ง และอังกะลุง

เครื่องดนตรีในวงอังกะลุง

 

 

***ที่มาของภาพ :
http://www.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/musical/music0.htm
http://www.thaitambon.com/tambon/tprdsdesc.asp?ID=720403&PROD=0461115959&SME= 0461111248

ประเภทของวงอังกะลุง
วงอังกะลุง ประกอบด้วย วงอังกะลุง 5 คู่ 7 คู่ และ 14 คู่


วงอังกะลุง 5 คู่


วงอังกะลุง 7 คู่


วงอังกะลุง 14 คู่

****ที่มาของภาพ : ถ่ายภาพโดย นายเอกนรินทร์ เจษฎาสิริ
ผู้แสดง : นักดนตรีวงอังกะลุง โรงเรียนโชคชัยพรหมบุตรบริหาร

(การจัดวงอังกะลุง 14 คู่ ให้ถือเช่นเดียวกันกับวง 7 คู่ แล้วนั่งซ้อนเข้าไปข้างหลังเพิ่มอีกแถวหนึ่งเป็นคู่ ๆ ไป)

วิธีดูแลเก็บรักษาอังกะลุง

วิธีดูแลเก็บรักษาอังกะลุงควรแขวนไว้ในที่ที่ไม่อับชื้น ห่างไกลจากการถูกกดทับหรือถูกกระแทก หมั่นนำอังกะลุงมาเขย่า ทายากันมอด และแมลงกัดแทะ


วิธีเก็บรักษาอังกะลุงโดยการแขวน

ตัวโน้ตไทย
โน้ตไทยมีหลายชนิด เป็นโน้ตตัวเลข ระบบเลข 0 – 4 สำหรับฝึกหัดซอ ระบบ 0 – 11 สำหรับฝึกจะเข้ ในที่นี้เราจะใช้โน้ตตัวอักษร ซึ่งใช้ชื่อตัวโน้ตตามแบบตะวันตกคือ โด - เร - มี - ฟา - ซอล - ลา - ที โดยใช้ตัวอักษรแทนดังนี้ ด = โด, ร = เร, ม = มี, ฟ = ฟา, ซ = ซอล, ล = ลา, ท = ที ในกรณีที่เป็นเสียงสูงหรือต่ำกว่าในช่วงกลางจะใช้จุด ( . ) ไว้บนหรือใต้ตัวอักษร ถ้าเป็นเสียงสูงจะใส่จุด ( . ) ไว้ข้างบนตัวอักษร ถ้าเป็นเสียงต่ำจะใส่จุด ( . ) ไว้ข้างล่างตัวอักษร ในการเขียนโน้ต 1 บรรทัด มี 8 ช่อง แต่ละช่อง เรียกว่าห้อง ใน 1 ห้อง เท่ากับ 1 จังหวะ และ ใน 1 ห้อง บรรจุโน้ตได้ 4 ตัว

จังหวะ
เครื่องกำกับจังหวะที่สำคัญที่สุดของดนตรีไทยคือ ฉิ่ง อัตราจังหวะของดนตรีไทยมี 3 ลักษณะ คือ 1. อัตราจังหวะสามชั้น คือ จังหวะช้า 2. อัตราจังหวะสองชั้น คือ จังหวะปานกลาง และ 3. อัตราจังหวะชั้นเดียว คือจังหวะเร็ว

หน้าทับ
หน้าทับในเพลงไทย จะใช้หน้าทับที่แตกต่างกันไปในแต่ละบทเพลง ขึ้นอยู่กับเพลงนั้นสำเนียงใดจะต้องใช้หน้าทับนั้น

ที่มา http://www.baanjomyut.com/library_2/agkalug/04.html

 




โดย minimalism ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 10 ม.ค. 55 09:32 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 8,947 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 8,947 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง